Complete 12 English Tenses / Simple present
Subject-verb agreement กับ simple present tense

Subject-verb agreement กับ simple present tense

Subject-verb คือกฎข้อหนึ่งในการใช้ภาษาอังกฤษที่บังคับให้คำกริยา (verb) ต้องตรงกับจำนวนของประธาน (subject) ที่เป็นเอกพจน์ (พูดถึงสิ่งเดียว) หรือพหูพจน์ (พูดถึงหลายสิ่ง)

คำกริยาพหูพจน์ คือคำกริยาที่ไม่ต้องเติม s or es ตัวอย่างเช่นคำว่า walk eat และ catch
คำกริยาเอกพจน์ คือคำกริยาที่ต้องเติม s or es ตัวอย่างเช่น walks eats catches

โดยวิธีใช้คำกริยาเอกพจน์หรือพหูพจน์มีเงื่อนไขดังนี้

  1. ประธานที่เป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์

    • ประธานที่เป็นเอกพจน์ ให้ใช้คำกริยาเอกพจน์
    • ประธานที่เป็นพหูพจน์ ให้ใช้คำกริยาพหูพจน์
    • ยกเว้นประธาน "I" และ "You" จะต้องใช้คำกริยาพหูพจน์เสมอ

    ตัวอย่าง

    • The cat runs fast. - แมวที่เป็นประธานของประโยคมีแค่ตัวเดียว เราเลยต้องเติม s หลังคำว่า run ที่เป็นคำกริยาของประโยค
    • The cats run fast. - ประธานของประโยครือแมวหลายตัว เลยไม่ต้องเติม s หลังคำว่า run นะคะ
    • I run in the morning. - ประธานที่เป็น I ให้ใช้คำกริยาพหูพจน์
    • You run in the morning.- และประธานที่เป็น You ให้ใช้คำกริยาพหูพจน์
    • He runs in the morning. - ประธานเอกพจน์ในรูปประโยคเดียวกัน อย่าลืมเติม s ด้วยนะคะ
  2. ประธานที่เชื่อมกันด้วยคำว่า "And"

    • เมื่อประธานในประโยคถูกเชื่อมกันด้วยคำว่า "and" ให้ใช้คำกริยาพหูพจน์ค่ะ

    ตัวอย่าง

    • The dog and the cat play together. - ทั้งแมวและหมาเล่นด้วยกัน
  3. ประธานที่เชื่อมกันด้วยคำว่า "Or" หรือ "Nor"

    • ถ้าหากว่าประธานในประโยคเชื่อมกันด้วยคำว่า "or" หรือ "nor" ให้เลือกใช้คำกริยาตามประธานที่อยู่ใกล้ที่สุด

    ตัวอย่าง

    • Neither the teacher nor the students are happy. - ในประโยคนี้ ทั้งครูและนักเรียนไม่มีความสุข ประธานที่อยู่ใกล้คำกริยาที่สุดคือคำว่า students เราจึงเลือกใช้คำกริยาพหูพจน์
    • Either the students or the teacher is happy. - ครูหรือนักเรียนมีความสุข ประธานที่อยู่ใกล้คือคำว่า teacher เราจึงใช้คำกริยาเอกพจน์
  4. คำสรรพนามที่ไม่เจาะจง

    • คำสรรพนามเช่น everyone someone หรือ nobody ให้ใช้คำกริยาเอกพจน์
    • ประธานที่เป็นคำสรรพนาม few many หรือ several ใช้กับคำกริยาพหูพจน์
    • และคำสรรพนามบางคำสามารถใช้ได้กับทั้งคำกริยาเอกพจน์และพหูพจน์ แล้วแต่บริบท เช่นคำว่า all หรือ some

    ตัวอย่าง

    • Everyone loves a good story. - ทุกคนรักเรื่องราวที่ดี กรณีนี้ ถึงแม้ประธานจะหมายถึงคนจำนวนมาก แต่ยังต้องใช้คำกริยาเอกพจน์นะคะ
    • All of the cake is gone. / All of the cookies are delicious. - ประโยคแรก เรากำลังหมายถึงเค้กทั้งก้อนหมดแล้ว จึงใช้คำกริยาเอกพจน์ ส่วนประโยคที่สอง เราต้องการจะบอกว่าคุกกี้ทุกชิ้นอร่อยมาก จึงใช้คำกริยาพหูพจน์ค่ะ
  5. คำนามที่เป็นกลุ่ม

    • คำนามที่เป็นกลุ่ม เช่นคำว่า team group หรือ family สามารถใช้ได้ทั้งคำกริยาเอกพจนูหรือพหูพจน์ แล้วแต่ว่าผู้พูดต้องการสื่อถึงทั้งกลุ่มเป็นหนึ่งเดียว หรือสื่อถึงแต่ละคนในกลุ่มนั้น

    ตัวอย่าง

    • The team practices together. - ประโยคนี้ ผู้พูดกำลังสื่อว่าทั้งทีมซ้อมด้วยกัน จึงใช้คำกริยาเอกพจน์
    • The team argue among themselves. - คนในทีมกำลังถกเถียงกัน ประโยคนี้ แม้ว่าประธานจะเป็นคำว่า team เหมือนกัน แต่ผู้พูดกำลังสื่อถึงการเถียงกันของคนหลายๆคน จึงใช้เป็นคำกริยาพหูพจน์
  6. ชื่อต่างๆ

    • ชื่อหนังสือ ภาพยนตร์ หรืองานอื่นๆ จะต้องใช้คำกริยาพหูพจน์ แม้ว่าชื่อเหล่านั้นจะฟังดูสื่อถึงหลายอย่างก็ตาม

    ตัวอย่าง

    • The Chronicles of Narnia is a popular book series. - The Chronicles or Narnia คือชุดหนังสือที่ได้รับความนิยมมาก
  7. จำนวนนับต่างๆ

    • หากว่าเรากำลังพูดถึงจำนวนเงิน เวลา หรือการวัดค่าต่างๆ ให้ใช้คำกริยาเอกพจน์ เช่นตัวอย่างด้านล่าง ที่แม้ว่าจะมีมากกว่า 1 เราจะยังคงใช้คำกริยาเอกพจน์นะคะ

    ตัวอย่าง

    • Five dollars is enough. - เงิน 5 ดอลล่าร์พอแล้ว
    • Ten miles is a long distance. - ระยะทาง 10 ไมล์เป็นระยะทางที่ไกล

Verb to be

สำหรับคำกริยาที่เป็น verb to be ในประโยค simple present tense ได้แก่ is am และ are มีกฎการใช้งานดังนี้

  • Am ใช้กับประธานที่เป็น "I" เท่านั้น ตัวอย่างเช่น:
    • I am a student. - ฉันเป็นนักเรียน
    • I am at the hospital. - ฉันอยู่ที่โรงพยาบาล
  • Are ใช้กับประธานพหูพจน์ และกับประธาน "You" ตัวอย่างเช่น:
    • They are students. - พวกเขาเป็นนักเรียน
    • Cats are adorable. - แมวน่ารัก
    • You are smart. - คุณเป็นคนฉลาด
  • Is ใช้กับประธานเอกพจน์ ตัวอย่างเช่น:
    • He is a nice person. - เขาเป็นคนดี
    • My cat is very cute. - แมวของฉันน่ารักมาก

Verb to have

ในประโยค simple present tense คำกริยา verb to have มีทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ has และ have และมีกฎการใช้ดังนี้:

  • สำหรับประธานพหูพจน์ และประธาน I และ You ให้ใช้ "have"
    • They have a nice house. - พวกเขามีบ้านที่น่าอยู่
    • I have a car. - ฉันมีรถคันหนึ่ง
    • You have a hat. - คุณมีหมวกหนึ่งใบ
    • The teachers are very kind. - คุณครูทุกคนใจดี
  • และสำหรับประธานเอกพจน์ ให้ใช้คำว่า "has"
    • My mother has a pink purse. - แม่ของฉันมีกระเป๋าถือสีชมพู
    • The company has a new employee. - บริษัทมีพนักงานใหม่

และก่อนที่เราจะเข้าสู่บทเรียนถัดไป เราลองมาทำแบบทดสอบกันสักหน่อยนะคะ


1. The dog ___ very fast.

2. The cats ___ on the fence

3. The teacher and the students ____ happy.

4. Everyone ____ pizza.

5. I _____ a book

6. He _____ a lot of friends.

7. Jaws ____ my favorite movie.